ได้เงินครบแล้ว บริษัทสัญญาอะไรไว้บ้าง
บริษัทต้องใช้เงิน 1 ล้านบาทเพื่อเริ่มโครงการสมมติที่ใช้เรียนกันในชุดนี้ ธนาคารให้กู้ 400,000 บาท ผู้ถือหุ้นใส่อีก 600,000 บาท ยอดแหล่งเงินรวมกันพอดี แต่ยังต้องตัดสินใจเรื่องวันชำระ สิทธิในการควบคุม หลักประกัน และเงินที่กิจการต้องเก็บให้พร้อมใช้
ผมอยากวางคำสัญญาเหล่านี้ข้างประมาณการลงทุนก่อนลงนาม NPV ของโครงการที่เป็นบวกไม่ได้เลื่อนวันจ่ายหนี้ไปตรงกับวันที่ลูกค้ายอมโอนเงิน แหล่งทุนกำหนดว่าใครรับภาระเมื่อเงินขาด และใครมีสิทธิตัดสินใจเมื่อแผนไม่เป็นไปตามคาด
ตอนนี้จะแยกความคุ้มค่าของโครงการออกจากข้อตกลงจัดหาเงิน ไม่เสนอว่าทุกบริษัทควรกู้กี่เปอร์เซ็นต์ จำนวนเงินและเงื่อนไขกู้ด้านล่างเป็นข้อสมมติเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่ข้อเสนอสินเชื่อหรือข้อมูลกิจการจริงของผม

หนี้กับทุนให้สิทธิแก่ผู้ให้เงินต่างกัน
หนี้โดยทั่วไปสร้างภาระชำระตามที่ตกลง ส่วนดอกเบี้ย เงินต้น หลักประกัน ข้อจำกัด และการบังคับตามข้อตกลงต้องอ่านจากสัญญาและกฎหมายที่ใช้ ส่วนของผู้ถือหุ้นให้ความเป็นเจ้าของและสิทธิในส่วนที่เหลือ อาจมีสิทธิออกเสียง สิทธิรับข้อมูล หรือเงื่อนไขคุ้มครองที่เจรจาไว้ หุ้นแต่ละประเภทจึงต้องอ่านรายละเอียดของตน
OpenStax อธิบายโครงสร้างเงินทุนว่าเป็นส่วนผสมของหนี้กับส่วนของผู้ถือหุ้น นิยามนี้ช่วยจัดหมวดการตัดสินใจ แต่ชื่อในงบไม่ได้บอกว่าข้อตกลงเหมาะกับโครงการหรือไม่
ทุนไม่ได้มีต้นทุนเป็นศูนย์เพียงเพราะไม่มีใบเรียกเก็บดอกเบี้ยทุกเดือน ผู้ให้ทุนเสียโอกาสใช้เงินทางอื่นและคาดหวังผลตอบแทนตามความเสี่ยง การกู้ก็ไม่ได้ถูกกว่าโดยอัตโนมัติเมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นต้องการ เพราะสิทธิและความเสี่ยงต่างกัน
แยกงบหาเงินออกจากน้ำหนักใน WACC
| รายการใช้เงินหรือแหล่งเงิน | บาท | จำนวนนี้หมายถึงอะไร |
|---|---|---|
| ลงทุนอุปกรณ์และเตรียมระบบ | 800,000 | เงินออกของโครงการ ณ เวลา 0 |
| เงินทุนหมุนเวียนเริ่มต้น | 200,000 | เงินที่ผูกไว้ ณ เวลา 0 และสมมติให้คืนในปี 3 |
| เงินกู้ใหม่ | 400,000 | เงินรับตามสัญญากู้สมมติ |
| เงินเพิ่มทุนใหม่ | 600,000 | เงินที่ผู้ถือหุ้นนำมาให้กิจการ |
สัดส่วนเงินกู้ 40% ตรงนี้บอกว่าเงินหนึ่งล้านบาทก้อนนี้มาจากไหน ส่วน WACC 9.12% ที่เรียนก่อนหน้าใช้ข้อสมมติอีกชุด คือหนี้กับทุนตามมูลค่าตลาด 40% และ 60% ต้นทุนหนี้ก่อนภาษี 6% ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น 12% และสมมติผลลดภาษี 20% ที่ใช้ประโยชน์ได้จริง สัดส่วนเงินเริ่มต้นไม่ได้พิสูจน์ว่ากิจการรักษาน้ำหนักมูลค่าตลาดนั้นไว้ตลอด
หากเงินกู้ทยอยคืนแต่มูลค่าธุรกิจเปลี่ยน สัดส่วนหนี้ก็เปลี่ยนด้วย เราไม่ควรตรึง WACC เดิมโดยอัตโนมัติแล้วอ้างว่าได้มูลค่าผู้ถือหุ้นที่สอดคล้องกับตารางชำระหนี้ด้านล่าง การทำเช่นนั้นต้องมีแบบจำลองแหล่งทุนกับอัตราคิดลดที่ตรงกับนโยบายที่เปลี่ยน ตอน 11 จะใช้ข้อสมมติรักษาสัดส่วนหนี้ตามมูลค่าตลาดอย่างชัดเจนในอีกกรณีหนึ่ง
อ่านปฏิทินชำระ ไม่ดูเฉพาะดอกเบี้ย
เพื่อให้เห็นภาระเงิน สมมติเงินกู้ 400,000 บาทคิดดอกเบี้ย 6% จากเงินต้นต้นงวด และคืนเงินต้นสามงวดรายปีที่ใกล้เคียงกัน โดยจ่ายสิ้นปี ตัวอย่างนี้ไม่นับค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเงินกู้อื่น เพื่อให้อ่านตารางได้ง่าย
ดอกเบี้ยปีแรกเท่ากับ 24,000 บาท บวกคืนเงินต้นประมาณ 133,333.33 บาท เป็นเงินจ่ายรวมก่อนผลภาษีประมาณ 157,333.33 บาท ดอกเบี้ยงวดถัดไปลดลงตามเงินต้น ตารางนี้คือภาระเงินสด ไม่ใช่ต้นทุนดำเนินงานที่จะนำไปหักซ้ำใน FCFF ของโครงการตามใจ
ประมาณการโครงการวัดเงินสดหลังภาษีก่อนกระแสเงินจากแหล่งทุนไว้แล้ว เงินรับจากกู้ คืนเงินต้น และเงินเพิ่มทุนต้องอยู่ในงบจัดหาเงินแยกต่างหาก หากจะหาเงินสดของผู้ถือหุ้นอย่างสอดคล้อง ยังต้องทราบดอกเบี้ยจริง ผลภาษีที่ใช้ได้ และนโยบายกู้เพิ่ม การแสดงยอดจ่ายปีแรกยังไม่ได้ทำให้เราได้แบบจำลองนั้น
| ปี | เงินต้นต้นปี | คืนเงินต้น | ดอกเบี้ย 6% | จ่ายรวม |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 400,000.00 | 133,333.33 | 24,000.00 | 157,333.33 |
| 2 | 266,666.67 | 133,333.33 | 16,000.00 | 149,333.33 |
| 3 | 133,333.34 | 133,333.34 | 8,000.00 | 141,333.34 |
| รวม | ไม่รวมยอดคงเหลือซ้ำ | 400,000.00 | 48,000.00 | 448,000.00 |
รับเงินวันนี้ แลกกับภาระดอกเบี้ย เงินต้น และเงื่อนไขสัญญา
ตรวจว่ากระแสเงินสดรองรับวันครบกำหนดได้
รับเงินจากเจ้าของ แลกกับสิทธิในความเป็นเจ้าของและผลตอบแทนที่ไม่รับประกัน
ตรวจสัดส่วน สิทธิออกเสียง และเงื่อนไขผู้ร่วมทุน
ดอกเบี้ยต่ำลงอาจแลกกับข้อจำกัดที่ทำงานยากขึ้น
ก่อนเทียบข้อเสนอ ผมจะถามว่าถ้าลูกค้าตรวจรับช้า โต้แย้งใบแจ้งหนี้ หรือกิจการต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ จะเกิดอะไรขึ้น ช่วงพักชำระ วงเงินที่ผูกพันแล้ว ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า หรือเงื่อนไขหลักประกันที่ต่างกัน อาจเปลี่ยนความคล่องตัว แต่ห้ามสมมติว่ามีสิทธิเหล่านี้โดยไม่มีข้อตกลง
ข้อกำหนดในสัญญาอาจจำกัดการกู้เพิ่ม การจ่ายคืนผู้ถือหุ้น หรือการเปลี่ยนกิจกรรมธุรกิจ การค้ำประกันอาจทำให้บางฝ่ายรับภาระนอกตัวโครงการ เจ้าของต้องระบุภาระให้ตรงและให้ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องตรวจ ตอนนี้ไม่ได้วินิจฉัยผลทางกฎหมายของข้อความในสัญญาใด
ทุนก็มีเรื่องต้องเจรจา ผู้ถือหุ้นใหม่อาจช่วยแบ่งความเสี่ยงและลดภาระจ่ายตามกำหนด แต่กระทบอำนาจควบคุม การเพิ่มทุนครั้งหน้า และเงื่อนไขออกจากการลงทุนได้ การใส่เงิน 600,000 บาทยังบอกไม่ได้ว่าจะได้หุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องทราบมูลค่าที่ตกลง ผู้ถือหุ้นเดิม สิทธิของหุ้น และเงื่อนไขรายการด้วย
แบบฝึกหัด ยอดทั้งปีพอ แต่เก็บเงินไม่ทัน
สมมติโครงการยังคาดเงินสดดำเนินงานปีแรก 450,000 บาทตามกรณีร่วม แต่ลูกค้าอาจจ่ายหลังวันชำระหนี้ บริษัทอนุมัติเงินกู้ได้เลยหรือไม่ เพราะ 450,000 บาทมากกว่า 157,333.33 บาท?
เฉลย: ยังตอบจากยอดรายปีสองตัวนี้ไม่ได้ เพราะไม่ได้พิสูจน์ว่ามีเงินในวันครบกำหนด ต้องดูวันรับจ่าย เงินต้นงวดที่ใช้ได้ วงเงินที่ผูกพันแล้ว ข้อจำกัด และผลเมื่อจ่ายช้า ประมาณการสิ้นปีไม่ใช่แผนสภาพคล่องระหว่างปี
แบบตัดสินใจที่ผมเสนอควรระบุผู้รับผิดชอบการจ่ายแต่ละงวด หลักฐานว่าแหล่งทุนพร้อมจริง และสิ่งที่จะทำหากเงินต่ำกว่าเกณฑ์ที่อนุมัติ เกณฑ์นั้นต้องมาจากภาระและความเสี่ยงของกิจการ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ที่ยืมจากตัวอย่างนี้
อ่านต่อ
บทนำ Corporate Finance ของ Aswath Damodaran เชื่อมการลงทุน แหล่งทุน และการคืนเงินให้เจ้าของ ส่วนการแยกกระแสเงินจัดหาเงินออกจากกิจกรรมอื่นดูได้ที่ คำอธิบาย IAS 7 ของ IFRS Foundation แหล่งเหล่านี้ให้หลักคิด ตัวเลขโครงการและตารางกู้ทั้งหมดเป็นการประยุกต์สมมติเพื่อเรียนรู้