โครงการ A มี NPV บวกประมาณ 290,579 บาทในกรณีฐาน แต่คำตอบนั้นอาศัยเงินดำเนินงานปีละ 450,000 บาท หากได้เพียง 300,000 บาท การตัดสินใจจะเปลี่ยนอย่างไร
ทุกกรณีใช้เงินลงทุนต้นงวด 1 ล้านบาท เงินหมุนคืนปลายปี 3 จำนวน 200,000 บาท อัตรา 9.12% และเงินนอมินัลบาทหลังภาษีปลายปี ไม่มีเงินกู้หรือดอกเบี้ยใน FCFF
ก่อนทำตารางจำนวนมาก ต้องบอกว่าอะไรเปลี่ยน อะไรคงเดิม และเหตุที่เปลี่ยนสอดคล้องกันหรือไม่ ถ้าลูกค้าน้อยลงแต่ยังเก็บเงินหมุนคืนเต็ม ต้องตรวจว่าข้อสมมตินั้นยังสมเหตุผลหรือไม่

เปลี่ยนเงินดำเนินงานแล้วคำนวณใหม่
กรณีฐานมีกระแสเงิน -1,000,000; 450,000; 450,000; 650,000 บาท ส่วนกรณีลดลงเป็น -1,000,000; 300,000; 300,000; 500,000 บาท ยอดสุดท้ายรวมคืนเงินหมุนแล้วทั้งคู่
ที่อัตรา 9.12% กรณีลดลงให้ NPV ประมาณ -88,304.99 บาท และ IRR ประมาณ 4.50% ต่ำกว่าอัตราที่ต้องการ จึงไม่ผ่านเกณฑ์มูลค่าในเงื่อนไขนี้ แม้รับเงินรวมมากกว่าเงินลงทุน
ถ้าสมมติเงินดำเนินงานเท่ากันทั้งสามปีและเงื่อนไขอื่นไม่เปลี่ยน จุดที่ NPV เท่ากับศูนย์อยู่ประมาณปีละ 334,959.94 บาท ตัวเลขนี้เป็นจุดคุ้มค่าของเงินสด ไม่ใช่ยอดขายคุ้มทุนโดยตรง
ความไวกับสถานการณ์ตอบต่างกัน
ความไวเปลี่ยนทีละปัจจัยเพื่อดูว่าอะไรขยับคำตอบมาก ส่วนสถานการณ์เปลี่ยนหลายเรื่องที่อาจเกิดร่วมกัน เช่น ลูกค้าน้อยลง การเก็บช้า และค่าใช้จ่ายดูแลเพิ่ม แต่ไม่ควรเพิ่มผลเสียทุกตัวซ้ำโดยไม่มีเหตุ
หากปรับเงินสดลงเพราะความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดแล้วเพิ่มอัตราเผื่อเรื่องเดียวกันอีก ต้องอธิบายเหตุผล ความระมัดระวังที่ตรวจที่มาไม่ได้อาจทำให้โครงการถูกปฏิเสธด้วยตัวเลขที่ซ้ำซ้อน
ตัวเลขความน่าจะเป็นควรมาจากหลักฐาน ไม่ใส่ 50% เพียงเพราะไม่รู้ และไม่ถือว่าโครงการผ่านเมื่อค่าเฉลี่ยบวก ถ้ากรณีเสียหายทำให้บริษัทรับภาระไม่ได้
−1,000 / 450 / 450 / 650
−1,000 / 300 / 300 / 500
คิดลดที่ 9.12% เท่ากัน แถบเปรียบเทียบขนาดสัมบูรณ์ของ NPV เครื่องหมายบวกและลบบอกทิศทาง
NPV บวกยังต้องมีเงินทำจริง
กรณีฐานต้องจ่าย 1 ล้านบาทวันนี้ ถ้าบริษัทมีเงินที่ใช้ได้จริงไม่พอ ต้องมีทางจัดหาเงินหรือปรับขอบเขต ความคุ้มระยะยาวไม่ได้ทำให้ธนาคารจ่ายแทนโดยอัตโนมัติ
กำลังคน ผู้ขาย และเวลาขึ้นระบบก็เป็นข้อจำกัด การรับหลายโครงการที่ NPV บวกพร้อมกันอาจทำให้แย่งทรัพยากรและพลาดเงินรับที่คาดไว้ ต้องเลือกชุดงานที่ทำได้ ไม่ใช่รวมกรณีเดี่ยวที่ต่างฝ่ายสมมติว่าตนได้คนครบ
โรงงานอาจติดกำลังเครื่องหรือวัตถุดิบ ส่วนบริการอาจติดคนตรวจและช่วยลูกค้า ข้อจำกัดเหล่านี้ควรเปลี่ยนแผนรับงานหรือการลงทุน ไม่ใช่ซ่อนด้วยสมมติฐานว่าทุกฝ่ายทำทัน
กำหนดสิ่งที่จะทำเมื่อหลักฐานเปลี่ยน
แบ่งลงทุนเป็นระยะอาจช่วยเรียนรู้ก่อนผูกพันทั้งหมด แต่ต้องนับค่าทดลอง ค่าล่าช้า และสิ่งที่ยกเลิกไม่ได้ ไม่ถือว่าสามารถรอหรือเลิกได้ฟรีทุกงาน
แบบฝึกหัด: ถ้าเงินสดดำเนินงานตามโจทย์ปีละ 300,000 บาท แต่มีคนยอมให้กู้ จะถือว่ากรณีลดลงคุ้มหรือไม่? ยังไม่คุ้มตาม NPV เดิม การหาเงินได้เป็นคนละคำถามกับมูลค่าที่โครงการสร้าง
อ่าน OpenStax เรื่องการเลือกโครงการภายใต้งบจำกัด แล้วเขียนเงื่อนไขไปต่อของบริษัท A ว่าต้องยืนยันเงินสด ความต้องการ และกำลังส่งมอบอะไร ใครตรวจ และจะทบทวนวันไหน ก่อนคุยโครงสร้างทุนในตอน 9