ข้ามไปยังเนื้อหา

ถ้าเงินเข้าช้า ต้นทุนขึ้น หรือขายได้น้อย เรายังควรลงทุนไหม

Corporate Finance สำหรับคนบริหารกิจการ ตอนที่ 8
1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2026 โดย
Tomz

โครงการ A มี NPV บวกประมาณ 290,579 บาทในกรณีฐาน แต่คำตอบนั้นอาศัยเงินดำเนินงานปีละ 450,000 บาท หากได้เพียง 300,000 บาท การตัดสินใจจะเปลี่ยนอย่างไร

ทุกกรณีใช้เงินลงทุนต้นงวด 1 ล้านบาท เงินหมุนคืนปลายปี 3 จำนวน 200,000 บาท อัตรา 9.12% และเงินนอมินัลบาทหลังภาษีปลายปี ไม่มีเงินกู้หรือดอกเบี้ยใน FCFF

ก่อนทำตารางจำนวนมาก ต้องบอกว่าอะไรเปลี่ยน อะไรคงเดิม และเหตุที่เปลี่ยนสอดคล้องกันหรือไม่ ถ้าลูกค้าน้อยลงแต่ยังเก็บเงินหมุนคืนเต็ม ต้องตรวจว่าข้อสมมตินั้นยังสมเหตุผลหรือไม่

คนสองคนวางแฟ้ม เครื่องมือ และเครื่องเซิร์ฟเวอร์ข้างกระดาษเรียงตามแนวลูกศรบนโต๊ะ
ภาพช่วยแยกเงินลงทุนเริ่มต้นกับภาระที่ตามมา การตัดสินใจลงทุนต้องพิจารณาจังหวะเงินสด ต้นทุนเงินทุน และสิ่งที่เปลี่ยนเมื่อผลจริงต่างจากสมมติฐาน ภาพไม่มีข้อมูลตัวเลข เปิดภาพขนาดใหญ่

เปลี่ยนเงินดำเนินงานแล้วคำนวณใหม่

กรณีฐานมีกระแสเงิน -1,000,000; 450,000; 450,000; 650,000 บาท ส่วนกรณีลดลงเป็น -1,000,000; 300,000; 300,000; 500,000 บาท ยอดสุดท้ายรวมคืนเงินหมุนแล้วทั้งคู่

ที่อัตรา 9.12% กรณีลดลงให้ NPV ประมาณ -88,304.99 บาท และ IRR ประมาณ 4.50% ต่ำกว่าอัตราที่ต้องการ จึงไม่ผ่านเกณฑ์มูลค่าในเงื่อนไขนี้ แม้รับเงินรวมมากกว่าเงินลงทุน

ถ้าสมมติเงินดำเนินงานเท่ากันทั้งสามปีและเงื่อนไขอื่นไม่เปลี่ยน จุดที่ NPV เท่ากับศูนย์อยู่ประมาณปีละ 334,959.94 บาท ตัวเลขนี้เป็นจุดคุ้มค่าของเงินสด ไม่ใช่ยอดขายคุ้มทุนโดยตรง

ความไวกับสถานการณ์ตอบต่างกัน

ความไวเปลี่ยนทีละปัจจัยเพื่อดูว่าอะไรขยับคำตอบมาก ส่วนสถานการณ์เปลี่ยนหลายเรื่องที่อาจเกิดร่วมกัน เช่น ลูกค้าน้อยลง การเก็บช้า และค่าใช้จ่ายดูแลเพิ่ม แต่ไม่ควรเพิ่มผลเสียทุกตัวซ้ำโดยไม่มีเหตุ

หากปรับเงินสดลงเพราะความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดแล้วเพิ่มอัตราเผื่อเรื่องเดียวกันอีก ต้องอธิบายเหตุผล ความระมัดระวังที่ตรวจที่มาไม่ได้อาจทำให้โครงการถูกปฏิเสธด้วยตัวเลขที่ซ้ำซ้อน

ตัวเลขความน่าจะเป็นควรมาจากหลักฐาน ไม่ใส่ 50% เพียงเพราะไม่รู้ และไม่ถือว่าโครงการผ่านเมื่อค่าเฉลี่ยบวก ถ้ากรณีเสียหายทำให้บริษัทรับภาระไม่ได้

ลดสมมติฐานเงินสด มูลค่าอาจเปลี่ยนข้าง
หน่วย: พันบาท
กรณีฐาน

−1,000 / 450 / 450 / 650

NPV +290.58
กรณีเงินสดลดลง

−1,000 / 300 / 300 / 500

NPV −88.30

คิดลดที่ 9.12% เท่ากัน แถบเปรียบเทียบขนาดสัมบูรณ์ของ NPV เครื่องหมายบวกและลบบอกทิศทาง

สถานการณ์สมมติ ไม่กำหนดความน่าจะเป็น เงินทุนหมุนเวียนคืน 200 ในปี 3 ทั้งสองกรณี อัตราคิดลดและเงินลงทุนเริ่มต้นคงเดิม NPV กรณีฐาน 290,578.63 บาท กรณีลดลง −88,304.99 บาท ความยาวแถบไม่แสดงโอกาสเกิด

NPV บวกยังต้องมีเงินทำจริง

กรณีฐานต้องจ่าย 1 ล้านบาทวันนี้ ถ้าบริษัทมีเงินที่ใช้ได้จริงไม่พอ ต้องมีทางจัดหาเงินหรือปรับขอบเขต ความคุ้มระยะยาวไม่ได้ทำให้ธนาคารจ่ายแทนโดยอัตโนมัติ

กำลังคน ผู้ขาย และเวลาขึ้นระบบก็เป็นข้อจำกัด การรับหลายโครงการที่ NPV บวกพร้อมกันอาจทำให้แย่งทรัพยากรและพลาดเงินรับที่คาดไว้ ต้องเลือกชุดงานที่ทำได้ ไม่ใช่รวมกรณีเดี่ยวที่ต่างฝ่ายสมมติว่าตนได้คนครบ

โรงงานอาจติดกำลังเครื่องหรือวัตถุดิบ ส่วนบริการอาจติดคนตรวจและช่วยลูกค้า ข้อจำกัดเหล่านี้ควรเปลี่ยนแผนรับงานหรือการลงทุน ไม่ใช่ซ่อนด้วยสมมติฐานว่าทุกฝ่ายทำทัน

กำหนดสิ่งที่จะทำเมื่อหลักฐานเปลี่ยน

แบ่งลงทุนเป็นระยะอาจช่วยเรียนรู้ก่อนผูกพันทั้งหมด แต่ต้องนับค่าทดลอง ค่าล่าช้า และสิ่งที่ยกเลิกไม่ได้ ไม่ถือว่าสามารถรอหรือเลิกได้ฟรีทุกงาน

แบบฝึกหัด: ถ้าเงินสดดำเนินงานตามโจทย์ปีละ 300,000 บาท แต่มีคนยอมให้กู้ จะถือว่ากรณีลดลงคุ้มหรือไม่? ยังไม่คุ้มตาม NPV เดิม การหาเงินได้เป็นคนละคำถามกับมูลค่าที่โครงการสร้าง

อ่าน OpenStax เรื่องการเลือกโครงการภายใต้งบจำกัด แล้วเขียนเงื่อนไขไปต่อของบริษัท A ว่าต้องยืนยันเงินสด ความต้องการ และกำลังส่งมอบอะไร ใครตรวจ และจะทบทวนวันไหน ก่อนคุยโครงสร้างทุนในตอน 9

แชร์บทความ

FacebookX
# MBA
NPV กับ IRR ช่วยเลือกงานอย่างไร
Corporate Finance สำหรับคนบริหารกิจการ ตอนที่ 7