ข้ามไปยังเนื้อหา

ทำไมแหล่งเงินแต่ละแบบมีต้นทุน

Corporate Finance สำหรับคนบริหารกิจการ ตอนที่ 6
1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2026 โดย
Tomz

บริษัท A กำลังจะจ่ายเงิน 1 ล้านบาทเพื่อรับเงินอนาคต แต่การบวกเงินทั้งสามปีไม่พอ ต้องมีอัตราที่สะท้อนเวลาและผลตอบแทนที่ผู้ให้ทุนต้องการ ตอนนี้จะสร้างอัตรา 9.12% ที่ใช้ในกรณีเรียน

ทุกอัตราและน้ำหนักต่อไปนี้เป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ดอกเบี้ยตลาด ผลตอบแทนที่ SME ไทยควรได้ หรืออัตราภาษีที่ใช้ได้กับทุกกิจการ เงินสดและอัตราเป็นนอมินัลบาทรายปีหลังภาษี

ต้นทุนทุนไม่เท่ากับรายจ่ายดอกเบี้ยในบัญชีเพียงอย่างเดียว ส่วนทุนก็มีผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นต้องการ แม้ไม่ต้องจ่ายเป็นงวดเหมือนหนี้

คนสองคนวางแฟ้ม เครื่องมือ และเครื่องเซิร์ฟเวอร์ข้างกระดาษเรียงตามแนวลูกศรบนโต๊ะ
ภาพช่วยแยกเงินลงทุนเริ่มต้นกับภาระที่ตามมา การตัดสินใจลงทุนต้องพิจารณาจังหวะเงินสด ต้นทุนเงินทุน และสิ่งที่เปลี่ยนเมื่อผลจริงต่างจากสมมติฐาน ภาพไม่มีข้อมูลตัวเลข เปิดภาพขนาดใหญ่

เริ่มจากความเสี่ยงที่ผู้ให้ทุนรับ

ผู้ให้กู้ดูความสามารถชำระ เงื่อนไข หลักประกัน และโอกาสผิดนัด ผู้ถือหุ้นรับสิทธิส่วนที่เหลือหลังภาระต่าง ๆ จึงมีความเสี่ยงและความคาดหวังต่างกัน อย่าเอาอัตราเงินฝากมาถือว่าเหมาะกับโครงการเสี่ยงทุกแบบ

ในแบบจำลองตลาดทุน อาจเริ่มจากอัตราปลอดความเสี่ยงในสกุลเงินเดียวกันแล้วพิจารณาความเสี่ยงตลาด เช่น แบบจำลองกำหนดราคาสินทรัพย์ทุน (CAPM) ใช้เบตาซึ่งบอกความไวต่อความเสี่ยงตลาด ร่วมกับส่วนชดเชยความเสี่ยง แต่การหาค่าบริษัทไม่จดทะเบียนต้องใช้ข้อมูลเทียบและสมมติฐานที่ตรวจได้

สำหรับโจทย์ ให้ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น 12% และต้นทุนหนี้ก่อนภาษี 6% ยังต้องถามว่าเป็นต้นทุนเงินใหม่ ณ วันตัดสินใจหรือเพียงดอกเบี้ยของหนี้เก่า ซึ่งอาจตอบคนละเรื่อง

น้ำหนักต้องมีความหมายก่อนถัวเฉลี่ย

สมมติเป้าหมายน้ำหนักส่วนทุนตามมูลค่าตลาด 60% และหนี้ตามมูลค่าตลาด 40% ไม่ใช่เอาส่วนทุนตามบัญชีมาแทนโดยไม่ตรวจ และไม่ใช่ประกาศว่ากู้ 400,000 บาทตอนเริ่มโครงการแล้วจะรักษาน้ำหนักตลาด 40% ได้ตลอด

สมมติอัตราภาษี 20% และใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยหักภาษีได้ตามที่โจทย์กำหนด ต้นทุนหนี้หลังภาษีจึงเป็น 6% × (1 - 20%) = 4.8% ถ้าใช้สิทธินี้ไม่ได้ ผลต้องเปลี่ยน

ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) คือ 60% × 12% + 40% × 6% × (1 - 20%) = 7.2% + 1.92% = 9.12% ต่อปี สูตรนี้ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิในโจทย์

WACC ถ่วงต้นทุนด้วยสัดส่วนเงินทุน
ส่วนทุน มูลค่าตลาด 60%
60% × 12%

= 7.20%

หนี้ มูลค่าตลาด 40%
40% × 6% × (1 − 20%)

= 1.92%

ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ย
7.20% + 1.92% = 9.12%
ทุกอัตราเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ราคาเงินทุนในตลาด ใช้น้ำหนักมูลค่าตลาด สมมติหักดอกเบี้ยทางภาษีได้เต็มตามกรณี อัตรา 9.12% ใช้กับกระแสเงินสดที่ความเสี่ยง สกุลเงิน เงินเฟ้อ และฐานภาษีสอดคล้องกันเท่านั้น แถบแสดงส่วนร่วม 7.20 และ 1.92 จุดเปอร์เซ็นต์

รู้ว่าอัตรานี้ใช้กับเงินก้อนไหน

กรณีโครงการใช้เงินสดที่เหลือให้ทั้งเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นก่อนจ่ายดอกเบี้ยและคืนหนี้ จึงใช้ต้นทุนทุนรวมที่เข้ากัน หากใช้เงินที่เหลือเฉพาะผู้ถือหุ้นต้องคิดต่างและใช้อัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นต้องการให้เหมาะสม

อย่าใช้อัตราบริษัทเดียวกันกับทุกงานโดยไม่ดูความเสี่ยง โครงการบริการเดิมกับธุรกิจใหม่ที่พึ่งเทคโนโลยียังไม่แน่นอนอาจไม่เหมือนกัน อัตราต้องเข้ากับเงินเฟ้อ สกุลเงิน เวลา และฐานภาษีด้วย

OpenStax อธิบาย น้ำหนักโครงสร้างทุน และ สูตร WACC ใช้ตรวจความหมายของช่อง ไม่ใช่ยืมตัวเลขตัวอย่างเป็นอัตราจริงของบริษัท

ตรวจอัตราให้จบก่อนให้สูตรตัดสิน

แบบฝึกหัด: ถ้าไม่มีประโยชน์ภาษีจากดอกเบี้ย แต่เงื่อนไขอื่นคงเดิม WACC เป็นเท่าไร? 60% × 12% + 40% × 6% = 9.6% ต่างจากกรณีฐาน ไม่ใช่หักดอกเบี้ยแล้วใช้ภาษีซ้ำอีก

ถ้ามีคนเสนอให้ใช้ 5% เพราะอยากให้ NPV เป็นบวก ต้องกลับไปถามหลักฐาน อัตราคิดลดไม่ใช่ปุ่มแต่งผล และการใส่อัตราสูงมากโดยไม่มีเหตุผลก็ไม่ได้แปลว่าระมัดระวังอย่างถูกต้อง

ก่อนตอน NPV ให้สรุปหนึ่งบรรทัดว่าเงินสดของเราเป็นเงินให้ใคร หลังภาษีหรือก่อนภาษี ณ เวลาไหน และทำไมอัตรานี้จึงใช้ได้ การตอบครบช่วยป้องกันสูตรถูกแต่เทียบเงินผิดชนิด

แชร์บทความ

FacebookX
# MBA
โครงการนี้เพิ่มเงินให้กิจการจริงเท่าไร
Corporate Finance สำหรับคนบริหารกิจการ ตอนที่ 5