ข้ามไปยังเนื้อหา

โครงการนี้เพิ่มเงินให้กิจการจริงเท่าไร

Corporate Finance สำหรับคนบริหารกิจการ ตอนที่ 5
1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2026 โดย
Tomz

บริษัท A กำลังพิจารณาสร้างบริการใหม่ งบซื้อเครื่องมือ 800,000 บาทยังไม่ใช่เงินทั้งหมดที่ต้องใช้ เพราะต้องกันเงินหมุนเพิ่มอีก 200,000 บาท เราจะเริ่มจากแยกเงินที่เกิดเพราะทำโครงการออกจากเงินที่มีอยู่แล้ว

นี่เป็นส่วนขยายสมมติของกรณีเรียน ไม่ใช่งบงวดเดียวในตอน 2 เงินลงทุนเวลา 0 รวม 1,000,000 บาท ใช้เงินสดนอมินัลเป็นบาท ปลายปี หลังภาษี และยังไม่หักการจ่ายให้ผู้ให้ทุน

สมมติเงินจากการดำเนินงานหลังภาษีก่อนรายจ่ายลงทุนและการเปลี่ยนเงินหมุนเท่ากับปีละ 450,000 บาทนาน 3 ปี ปลายปี 3 คืนเงินหมุน 200,000 บาท ไม่มีราคาขายทรัพย์สินหรือรายได้ต่อหลังจบ

คนสองคนวางแฟ้ม เครื่องมือ และเครื่องเซิร์ฟเวอร์ข้างกระดาษเรียงตามแนวลูกศรบนโต๊ะ
ภาพช่วยแยกเงินลงทุนเริ่มต้นกับภาระที่ตามมา การตัดสินใจลงทุนต้องพิจารณาจังหวะเงินสด ต้นทุนเงินทุน และสิ่งที่เปลี่ยนเมื่อผลจริงต่างจากสมมติฐาน ภาพไม่มีข้อมูลตัวเลข เปิดภาพขนาดใหญ่

ตั้งคำถามว่า ถ้าไม่ทำจะต่างอย่างไร

กระแสเงินสดส่วนเพิ่มคือส่วนต่างระหว่างทำกับไม่ทำ ไม่ใช่รายรับทั้งหมดของบริษัท ถ้าพนักงานเดิมถูกย้ายมาทำงานนี้ ต้องดูงานที่เสียไปหรือคนที่ต้องจ้างแทน แม้เงินเดือนเดิมจะไม่ได้เพิ่มทันที

เงินที่จ่ายไปแล้วและเรียกคืนไม่ได้เป็นต้นทุนจม ไม่ควรทำโครงการต่อเพียงเพื่อให้รู้สึกว่าเงินเก่าไม่สูญเปล่า แต่ภาระที่ยกเลิกแล้วต้องจ่าย ค่ารื้อระบบ หรือรายได้ที่สูญหากหยุด เป็นเงินอนาคตที่ยังต้องพิจารณา

ถ้าพื้นที่ของบริษัทนำไปให้เช่าได้ การใช้ทำโครงการทำให้เสียค่าเช่าที่น่าจะได้รับ ต้องคิดค่าเสียโอกาสให้มีฐาน ไม่ตั้งตัวเลขสมมติเป็นรายจ่ายเงินสดโดยไม่บอกความหมาย

จัดเงินออกและเข้าบนเส้นเวลาเดียวกัน

เวลา 0 จ่ายเครื่องมือ 800,000 บาทกับเงินหมุน 200,000 บาท รวม -1,000,000 บาท ปี 1 และ 2 รับสุทธิปีละ 450,000 บาท ปี 3 เป็น 450,000 + 200,000 = 650,000 บาท

เงินหมุนไม่ได้เป็นรายจ่ายถาวรเหมือนกันทุกกรณี ในแบบจำลองนี้เราจ่ายก่อนและได้คืนทั้งหมดเมื่อปิดงาน ถ้าเก็บลูกหนี้ไม่ได้หรือขายสต็อกไม่ได้ ต้องลดเงินคืนตามหลักฐาน ไม่ใช้ยอดเดิมโดยอัตโนมัติ

450,000 บาทไม่ใช่รายได้หรือกำไรสุทธิ เป็นยอดเงินดำเนินงานหลังภาษีที่ให้ไว้สำหรับโจทย์ ผู้ทำแผนจริงต้องแสดงที่มาจากลูกค้า ราคา ต้นทุน และภาษี ตรวจได้ว่าไม่มียอดขายหรือค่าใช้จ่ายที่นับซ้ำ

นับเงินสดที่เพิ่มเพราะลงทุน และนับแต่ละรายการครั้งเดียว
หน่วย: พันบาท
วันนี้−1,000
ปลายปี 1450
ปลายปี 2450
ปลายปี 3650
เงินเริ่มต้น ณ วันนี้
  • ลงทุนสินทรัพย์800
  • เงินทุนหมุนเวียน200
ปีสุดท้าย
  • เงินสดดำเนินงาน450
  • คืนเงินทุนหมุนเวียน200
กรณีสมมติ กระแสเงินสดหลังภาษีปลายปี ก่อนกระแสเงินทุน ไม่รวม VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่มีราคาขายสินทรัพย์ปลายโครงการ เงินทุนหมุนเวียน 200 จ่ายวันนี้และคืนปลายปี 3 ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่หักซ้ำทุกปี

อย่านับเงินลงทุน ค่าเสื่อม และเงินกู้ซ้ำ

ถ้าเริ่มจากกำไรดำเนินงานหลังภาษี ค่าเสื่อมที่ไม่ใช่เงินจ่ายอาจต้องบวกกลับ ก่อนหักเงินลงทุนและเงินหมุนที่เพิ่ม แต่ถ้าเริ่มจากยอดเงินสดดำเนินงาน 450,000 บาทอยู่แล้ว อย่าบวกค่าเสื่อมซ้ำ

สูตรกระแสเงินสดอิสระของกิจการ (FCFF) ที่พบบ่อยคือกำไรดำเนินงานหลังภาษี บวกค่าเสื่อมและรายการไม่ใช่เงินสดที่เกี่ยวข้อง หักเงินลงทุนและเงินหมุนดำเนินงานที่เพิ่ม ต้องตรวจนิยามและสัญญาณของแต่ละช่อง

เงินกู้และการคืนต้นเป็นทางหาเงินให้โครงการ ไม่ใช่เงินดำเนินงานที่เพิ่มจากขายบริการ หากใช้ FCFF กับอัตราต้นทุนทุนที่รวมผู้ให้กู้แล้ว ไม่หักดอกเบี้ยอีกอย่างไม่สอดคล้อง

ลองย้ายตัวอย่างไปโรงงานโดยไม่ย้ายตัวเลข

ถ้าเป็นเครื่องจักร ต้องดูค่าขนส่ง ติดตั้ง ช่วงหยุดผลิต วัตถุดิบ อะไหล่ และการขายเครื่องเก่า รวมทั้งผลต่อสินค้าหรือสายผลิตเดิม ไม่ควรนำเงินปีละ 450,000 บาทของบริการไปใช้แทนผลโรงงาน

แบบฝึกหัด: ถ้าเงินหมุน 200,000 บาทไม่ได้คืนเลย เงินปี 3 เหลือเท่าไร? เหลือ 450,000 บาท ไม่ต้องแก้เงินลงทุนเริ่มต้นย้อนหลัง แต่แก้ผลปลายทางและประเมินใหม่

อ่านแนวทางมูลค่าเงินสดได้จาก CFA Institute ตอนถัดไปเราจะกำหนดอัตราที่เข้ากับเงินสดนี้ ก่อนตัดสินว่าเงินอนาคตคุ้มกับ 1 ล้านบาทวันนี้หรือไม่

แชร์บทความ

FacebookX
# MBA
เงินวันนี้กับเงินปีหน้าเทียบกันอย่างไร
Corporate Finance สำหรับคนบริหารกิจการ ตอนที่ 4