บริษัท A มีเงินสดลดลง 100,000 บาท แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่ม 300,000 บาท สองอย่างนี้เกิดพร้อมกันได้ เพราะงบแต่ละใบตอบคนละคำถาม ตอนนี้เราจะทำให้ตัวเลขเชื่อมกันครบ แทนการเลือกดูงบที่ให้ภาพดีที่สุด
ใช้กรณีสมมติเดิมเพียงงวดเดียว เริ่มด้วยเงินสดและส่วนทุน 500,000 บาท ไม่มีหนี้ รับรู้รายได้ 1,000,000 บาท ต้นทุนตรงที่เกิดและจ่าย 700,000 บาท เก็บจากลูกค้า 600,000 บาท โดยไม่มีรายการอื่น
ตัดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าเสื่อม ดอกเบี้ย ภาษี VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายออกจากโจทย์เพื่อฝึกการเชื่อมงบ ไม่ได้หมายความว่ากิจการจริงไม่มีรายการเหล่านี้ สมมติว่าเข้าเกณฑ์รับรู้รายได้แล้ว

กำไรเป็นเรื่องของงวด ไม่ใช่รายการเดินบัญชีธนาคาร
งบกำไรขาดทุนจำลองเริ่มจากรายได้ 1,000,000 บาท หักต้นทุนตรง 700,000 บาท เหลือกำไร 300,000 บาท เฉพาะโจทย์ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นนี้ ส่วนต่างจึงเท่ากับกำไร แต่กรณีทั่วไปต้องหักรายการที่เกี่ยวข้องให้ครบ
เงินที่ยังเก็บไม่ได้ 400,000 บาทไม่ได้ทำให้รายได้หายไปในสมมติฐานนี้ แต่เกิดสิทธิเรียกเก็บที่เราสมมติว่าเป็นลูกหนี้ ต้องพิจารณาคุณภาพการเก็บได้แยกจากการบันทึกยอดด้วย
ถ้าจะใช้กำไรนี้ตัดสินใจลงทุนต่อ ต้องถามว่ามีค่าใช้จ่ายใดถูกละไว้ รายได้เกิดซ้ำได้หรือไม่ และต้องใช้สินทรัพย์เท่าไร การดูยอดกำไรอย่างเดียวไม่บอกคุณภาพของธุรกิจทั้งหมด
งบดุลต้องตอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน
ปลายงวดมีเงินสด 400,000 บาทกับลูกหนี้ 400,000 บาท รวมสินทรัพย์ 800,000 บาท หนี้สินยังเป็นศูนย์ ส่วนทุนเริ่ม 500,000 บาทบวกกำไร 300,000 บาทเป็น 800,000 บาท สมการสินทรัพย์เท่ากับหนี้สินบวกส่วนทุนจึงสมดุล ส่วนทุน 800,000 บาทนี้คือส่วนของผู้ถือหุ้นตามบัญชี ไม่ใช่มูลค่าตลาดของกิจการ
นี่เป็นยอด ณ วันหนึ่ง ต่างจากงบกำไรที่ครอบคลุมทั้งงวด จึงต้องระวังเมื่อใช้อัตราส่วนที่นำกำไรทั้งปีไปหารสินทรัพย์ปลายปี การใช้สินทรัพย์เฉลี่ยอาจเหมาะกว่าเมื่อยอดเปลี่ยนมาก แต่ต้องนิยามให้ชัด
ตอนนี้ยังไม่ต้องคำนวณทุกอัตราส่วน เป้าหมายคือหาตัวเลขกลับไปยังรายการจริงให้ได้ ถ้าลูกหนี้เพิ่มเพราะขายเพิ่มกับเพิ่มเพราะเก็บช้า แนวทางแก้จะต่างกัน
1,000 − 700 = 300
- กำไรในกรณีนี้300
- ลูกหนี้เพิ่ม−400
- ทุนต้นงวด500
- กำไรสะสมเพิ่ม300
เงินสด + ลูกหนี้ = สินทรัพย์ = ส่วนของเจ้าของ
ทำให้กำไรกับเงินสดกลับมาเชื่อมกัน
วิธีตรงดูเงินเก็บได้ 600,000 บาทหักเงินจ่ายต้นทุน 700,000 บาท เท่ากับเงินดำเนินงานสุทธิ -100,000 บาทในโจทย์ที่มีเพียงสองรายการนี้ ไม่มีเงินลงทุนหรือจัดหาเงินในงวด เงินสดจึงลดจาก 500,000 เหลือ 400,000 บาท
วิธีอ้อมเริ่มกำไร 300,000 บาท หักลูกหนี้ที่เพิ่ม 400,000 บาท ก็ได้ -100,000 บาท เพราะกำไรมีส่วนที่ยังไม่เป็นเงินสด อย่าหักลูกหนี้เพิ่มอีกครั้งหลังคำนวณเงินสดดำเนินงานแล้ว
IAS 7 แยกกระแสเงินสดดำเนินงาน ลงทุน และจัดหาเงิน ส่วน OpenStax เรื่องงบกระแสเงินสด อธิบายเหตุที่เกณฑ์คงค้างทำให้กำไรต่างจากเงินสด เราใช้ความต่างนี้ตรวจเหตุ ไม่ได้เลือกว่างบใดจริงกว่าอีกงบ
ลองเปลี่ยนรายการแล้วดูว่างบใดขยับ
ถ้าเดือนถัดไปเก็บลูกหนี้ 400,000 บาทได้ครบ โดยไม่มีงานใหม่ เงินสดเพิ่ม ลูกหนี้ลด สินทรัพย์รวมไม่เปลี่ยนจากการเก็บครั้งนี้ และไม่เกิดรายได้เดิมซ้ำ คำตอบนี้อาศัยสมมติฐานว่าไม่มีค่าธรรมเนียมหรือผลขาดทุนอื่น
ถ้ากู้เพิ่ม 100,000 บาท เงินสดและหนี้เพิ่มเท่ากัน กำไรไม่เพิ่มจากเงินกู้ ส่วนดอกเบี้ยต้องคิดตามเงื่อนไข ถ้าซื้ออุปกรณ์ด้วยเงินสด เงินสดย้ายเป็นสินทรัพย์อีกชนิด ไม่ใช่ถือว่าราคาซื้อทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายทันทีทุกกรณี
แบบฝึกหัดคือเขียนตารางสินทรัพย์ หนี้ ส่วนทุน ก่อนและหลังเก็บเงินให้สมดุล แล้วระบุแหล่งเงินแต่ละรายการ ถ้าตอบได้ว่ากำไร 300,000 บาทไปอยู่ในเงินสดกับลูกหนี้อย่างไร เราพร้อมเรียนเรื่องเงินหมุนในตอนถัดไป