ช่วงนี้ผมเรียน MBA ไปด้วย และเอาเรื่องที่เรียนมาคุยต่อกับงานที่ทำอยู่ อย่างตอนอ่านเรื่องต้นทุน ผมอยากลองดูว่าถ้าเปลี่ยนตัวอย่างในบทเรียนให้เป็นบริษัทรับพัฒนาซอฟต์แวร์หรืองานวางระบบ จะอธิบายกันอย่างไร คนที่ทำงานแบบเดียวกับผมจะเอาไปใช้ตรงไหนได้บ้าง
พอเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว ก็มีรายละเอียดให้ถามต่อ งานซอฟต์แวร์มีต้นทุนคน มีเวลาที่ต้องใช้กับแต่ละโครงการ ถ้ามีซอฟต์แวร์ของตัวเองหรือมีรายได้สมาชิกเข้ามาด้วย จะมองธุรกิจต่างออกไปอย่างไร ผมเลยคุยต่อไปถึงบัญชี การรับรู้รายได้ และมูลค่าบริษัท บางเรื่องต้องลองใส่ตัวเลขแล้วคำนวณให้เห็น บางกรณีก็ปรับเป็นบริษัทสมมติก่อนเอามาเขียน
เรื่องที่คุยกันเหล่านี้ค่อย ๆ มาอยู่ในเว็บผม ตอนเริ่มเขียนเศรษฐศาสตร์ ผมอยากให้ปูพื้นฐานก่อน เพราะถ้าเปิดมาถึงตัวอย่างธุรกิจเลย คนอ่านอาจตามไม่ทัน พอขยายรายละเอียดก็กลายเป็นหลายตอน จนต้องกลับมาจัดให้เป็นซีรีส์ เริ่มอ่านจากตอนแรกแล้วค่อยต่อไปทีละเรื่อง
ระหว่างเรียบเรียง ผมก็กลับไปขอเพิ่มพื้นฐาน เพิ่มตัวอย่าง และตรวจว่าเนื้อหายังตรงกับเอกสารที่เรียนอยู่ไหม คล้ายกับตอนทำโน้ตเรื่องการลงทุนระยะยาว ผมอยากได้ภาษาที่กลับมาอ่านแล้วรู้เรื่อง เก็บเงื่อนไขสำคัญไว้ แต่ไม่ต้องเขียนเหมือนกำลังคัดเอกสารเรียนมาอีกชุด
เว็บส่วนตัวจึงเริ่มมีเรื่องที่ผมกำลังเรียนอยู่ปนกับคำถามจากงาน และบางคำถามก็ยังอยู่ระหว่างทดลอง อย่างเรื่องเลิกเช่าออฟฟิศ ผมตัดสินใจเรื่องสัญญาไปแล้ว ส่วนการทำงานแบบ WFH 100% ตั้งใจจะลองสัก 3 เดือน หรืออาจขยายเป็น 6 เดือน เรื่องนี้ก็เขียนลงเว็บได้ แต่ต้องเล่าให้ตรงว่าส่วนไหนเกิดขึ้นแล้ว ส่วนไหนยังต้องรอดู
พอเป็นเรื่องของตัวเอง ผมก็ใส่ใจกับภาษาที่ใช้มากขึ้น บางประโยคอ่านแล้วเหมือนกำลังแนะนำ Supaket ให้คนอื่นรู้จัก ผมเลยขอให้เปลี่ยนเป็น “เว็บผม” หรือ “เว็บไซต์นี้” ตามบริบท อยากให้คนอ่านรู้สึกว่าผมกำลังเล่าให้เขาฟัง เหมือนเวลาคุยกันว่า ช่วงนี้กำลังอ่านอะไร ลองทำอะไร แล้วมีคำถามตรงไหนที่ยังค้างอยู่
สิ่งที่ผมเลือกไว้สำหรับเว็บไซต์นี้คือ “เล่าเรื่องงาน เทคโนโลยี MBA และการเดินทาง” ตอนนี้เรื่องงานกับเรื่องเรียนมาเจอกันอยู่หลายบทความ บางเรื่องเรียบเรียงได้เป็นตอนแล้ว บางเรื่องอย่างการทำงานจากบ้านก็ยังต้องรอผล ชีวิตช่วงนี้ของผมมีเรื่องที่กำลังเรียนรู้และเรื่องที่ต้องตัดสินใจอยู่ด้วยกัน เว็บผมก็กำลังเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้ตามที่เป็นอยู่